แอร์กินไฟ แอร์ประหยัดไฟ ดูยังไงดูตรงไหน มีวิธีช่วยเซฟเงินไหม

แอร์กินไฟ แอร์ประหยัดไฟ

แอร์กินไฟ แอร์ประหยัดไฟ ดูยังไงดูตรงไหน มีวิธีช่วยเซฟเงินไหม??

สำหรับการดูว่า แอร์ที่ใช้งานนั้น กินไฟน้อยแค่ไหน หรือว่าช่วยประหยัดไฟมากหรือเปล่า ต้องขอแยกเป็น 2 กรณีคือ แอร์ใหม่กับแอร์เก่าครับ

ก่อนอื่นไปดูรูปแบบการกินไฟของแอร์กันก่อนครับ

ส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้ไฟของแอร์แต่ละเครื่อง เราสามารถดูได้ที่ค่า ปริมาณของกระแสไฟฟ้าขณะใช้งาน (ในโบชัวร์ทั่วไปใช้ศัพท์ว่า Running current) บางครั้งก็ไม่เข้าใจว่า ใบสเปกเครื่องต่างๆ นั้น ทำไมไม่แปลเป็นภาษาไทย อธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายๆ (หรือว่าจะเป็นอีกหนึ่งเทคนิคการขายหรือเปล่า??) เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจศัพท์เทคนิคในใบแนะนำสเปกได้ ซื้อที่ไรได้แต่ฟังคนขายแนะนำ พอๆ กลับมาเข้าเรื่องกันต่อครับ

ค่าปริมาณของกระแสไฟฟ้าขณะใช้งาน (Running current) มีหน่วยเป็น Ampere (A.) ซึ่งค่าตัวนี้เป็นตัวแปรผันหลักค่าไฟ เมื่อใช้งานจริง

ค่าไฟ 1 หน่วย = 1 กิโลวัตต์/ชั่วโมง
กิโลวัตต์ = (Volt x Amp )/1000
Volt คือแรงดันไฟฟ้า (ค่าคงที่ ของไทย 220v)
Amp คือปริมาณกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน (ค่าแปรผันตามการใช้งาน แอมป์เปลี่ยน วัตต์เปลี่ยน)

และค่าต่างๆ เหล่านี้ เขาจะนำไปเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพในการทำความเย็นจริง (BTU) เทียบกับกำลังไฟที่ใช้ (Watt) หรือที่เรียกว่า EER (Energy Efficiency Ratio) หมายความว่า ค่าไฟแต่ละหน่วยที่ใช้ไปคุ้มค่ากับปริมาณการทำความเย็นที่ได้รับมากน้อยแค่ไหน

ดังนั้นในเบื้องต้น เราจึงสามารถใช้ค่า EER เปรียบเทียบหาตัวที่ค่าไฟถูกที่สุดได้ เฉพาะกรณีที่ BTU เท่ากัน (เพราะถ้า BTU ต่างกัน EER ดีกว่าไม่ได้หมายความว่าจ่ายค่าไฟแต่ละเดือนน้อยกว่า แต่จ่ายคุ้มกว่า ไม่งงนะครับ ถ้างงคอมเม้นท์ไว้ ค่อยอธิบายอีกที เดี๋ยวจะยาวเกินไป)

บ้านแอร์.com

สำหรับกรณีของแอร์ใหม่ก่อนครับ

แอร์ใหม่นั้นจะทำงานได้ตามประสิทธิภาพที่โรงงานแจ้งมาใน Nameplate สามารถคิดค่าได้ตามรูปแบบที่อธิบายมาได้เลย เพราะค่าจะไม่ค่อยเพี้ยนเท่าไหร่หนัก หากไม่ซวยเจอของหลุด QC. หรือเจอช่างแอร์ติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน

nameplate แอร์.com

ส่วนกรณีของแอร์เก่าอายุมากหรือใช้งานหนักไม่ดูแล

อาจจะมีปัญหาต่างๆ รุมเร้าเข้ามา ปัญหาแอร์ต่างๆ ดูได้ที่ รวมปัญหาแอร์บ้าน ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่แล้ว มีผลกับการทำงานของคอมเพรสเซอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น แอร์ตัด แอร์ไม่ตัด น้ำยาแอร์รั่ว แอร์สกปรก ฯลฯ เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานไม่ปกติ จึงทำให้คอมพ์กิน Amp ไม่ปกติ มากบ้าง น้อยบ้าง ล้วนมีผลกับค่าไฟฟ้าทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นแอร์เก่าแล้วดูแลตลอด ไม่มีเคยผิดปกติ ก็ไม่มีปัญหาครับ

ข้อสำคัญ แอร์ที่ดีควรกินกระแสตรงกับ Name plate ข้างเครื่อง ไม่มากไม่น้อย และสามารถทำความเย็นได้ตามกำหนดจึงจะดี ถ้าแอร์มีปัญหาเมื่อไหร่ก็ตาม <<จำเป็นต้องแก้ไขก่อนเสมอ ห้ามทนใช้เด็ดขาด>> เพราะนอกจากจะเสียค่าไฟโดยใช่เหตุแล้ว ยังอาจทำให้อุปกรณ์อื่นๆ พังเสียหายตามไปด้วย โดยเฉพาะคอมเพรสเซอร์ กลายเป็นยิ่งเสียเงินค่าซ่อมมากขึ้นไปอีก

บทความโดย Zx Anonymous

ลิขสิทธิ์บทความ http://www.บ้านแอร์.com
ข้อความจากผู้เขียน
ยินดีแบ่งปันโดยการใช้ปุ่มแชร์ได้ครับ
แต่ไม่อนุญาตให้คัดลอกไปเผยแพร่ใหม่
รวมถึงการใส่ link กลับมาก็ไม่ได้ครับ
ขอบคุณครับ

5 Comments on แอร์กินไฟ แอร์ประหยัดไฟ ดูยังไงดูตรงไหน มีวิธีช่วยเซฟเงินไหม

  1. ขออนุญาตแชร์นะคะ

     
  2. เปิดแอร์ ทุกวันๆล่ะ 8-9 ชม.ค่าไฟ 3500บาท อยากทราบว่ามันแพงเกินไปไหมหรือปกติอยู่แล้ว กำลังไฟ1060w

     
  3. แพงเกินไป สมมุติอยู่ 2 คน มีทีวี 1 เครื่องซักผ้า 1 ตู้เย็น 1 เตาไฟฟ้า 1 พัดลม 1 แอร์ 1 (เปิดเฉพาะกลางคืนเฉลี่ย 9 ชม.) ทำงานกลับค่ำ ทั้งบ้านไม่ควรเกิน 1000 บาท

     
  4. ลืมไป เปิดแอร์ที่ 26-27 ตลอด ช่วยประหยัดเยอะ คนส่วนใหญ่เปิดที่ 25 หรือต่ำกว่า ค่าไฟ ก็คูณ 2 คูณ 3 เลย

     
  5. Avatar เนตรนภา เอ็งอายุรกูล // กันยายน 26, 2017 at 11:24 am // ตอบกลับ

    มีด้วยเหรอค่ะ เปิดแอร์9-10ชม
    ค่าไฟไม่เกิน1000บาท
    แนะนำยี่ห้อแอร์หน่อยค่ะจะซื้อที่ห้องใช้18000BTU

     

แสดงความคิดเห็น

Your email address will not be published.


*