ซื้อแอร์ใหม่ควรดูอะไร ก่อนที่การซื้อแอร์ใหม่จะกลายเป็นฝันร้ายในชีวิต

การซื้อแอร์

ซื้อแอร์ใหม่ควรดูอะไร ก่อนที่การซื้อแอร์ใหม่จะกลายเป็นฝันร้ายในชีวิต

ปัจจุบันการเลือกซื้อแอร์สักเครื่องได้กลายเป็นปัญหาที่ต้องคิดไปเสียแล้ว ว่าต้องการแบบไหนถึงจะตอบโจยท์คนซื้อได้ดีที่สุด เพราะตลาดแอร์บ้านในประเทศไทยนั้น นับวันก็ยิ่งเติบโตมากขึ้นเลยเรื่อยๆ ตามอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี จึงทำให้ผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ พยายามพัฒนาสรรหาลูกเล่นใหม่ๆ ใช้ประโยชน์จริงได้บ้างไม่ได้บ้างก็ว่ากันไป

แต่สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อตัดสินซื้อส่วนใหญ่ ก็เป็นเรื่องของการทำความเย็นมากน้อยแค่ไหน กินไฟมากหรือเปล่า หลังการขายเป็นอย่างไร ราคาเท่าไหร่ ของแถมมีไหม ซื้อมาจะมีปัญหาไหม แล้วก็เรื่องเทคนิคที่สรุปไม่ค่อยได้ ส่วน feature อื่นๆ ก็เหมือนเครื่องเคียงมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ทีนี้ลองไปแยกเป็นข้อๆ ดีกว่าครับ กับการจะซื้อแอร์สักเครื่อง

เราจะรู้ไหมว่า แอร์ที่ซื้อมาจะทำความเย็นได้ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุด

       แน่นอนเราสามารถประเมินได้ ทั้งจากการคำนวณหา BTU แอร์ให้เหมาะสมกับห้อง สามารถอ่านได้ที่ “หา BTU จำเป็นไหม” การเลือกตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม การเลือกประเภทระหว่าง แอร์ธรรมดา กับแอร์ INVERTER ปัจจัยเหล่านี้สามารถตอบโจทย์การทำความเย็นได้ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุด ในช่วงก่อนการซื้อแอร์

ช่วงหลังการซื้อแอร์ เมื่อซื้อแอร์มาแล้ว ยังสามารถปรับสถานที่ให้อากาศไหลออกได้น้อยที่สุด การไม่นำถังน้ำหรือของอื่นๆ ที่มีน้ำที่สามารถระเหยได้ไว้ในห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ห้องมีความชื้นมาก การไม่ใช้งานอุปกรณ์ที่มีความร้อนขณะเปิดแอร์ และที่สำคัญคือ การใช้งานแอร์ให้ถูกลักษณะ ทั้งการติดตั้ง การใช้งานที่ถูกต้อง การดูแลรักษาแอร์อยู่เสมอ ล้างแอร์เป็นประจำ (กี่ครั้งนั้นแล้วแต่บ้าน ไม่สามารถบอกได้ บางบ้านฝุ่นเยอะหรือใช้งานหนักก็อาจจะล้างบ่อยหน่อย) เรื่องพวกนี้จะช่วยให้แอร์ทำความเย็นได้เต็มประสิทธิภาพ หลังจากที่ท่านซื้อแอร์มาใช้งานแล้ว

แอร์ที่ซื้อกินไฟมากไหม จะหาแอร์ประหยัดค่าไฟด้วยดูยังไง

       เรื่องการกินไฟกับค่าใช้จ่ายนั้นเคยเขียนไว้แล้วเช่นกัน อ่านตามลิ้งค์ “แอร์กินไฟ ดูยังไง” ในการดูว่าแอร์กินไฟหรือประหยัดไฟมากน้อยแค่ไหน เราสามารถใช้ค่า EER เป็นตัวเปรียบเทียบระหว่างแอร์ด้วยกันได้ มาอธิบายถึงส่วนที่จะได้มาของค่า EER การก่อนดีกว่า

ค่า EER ตัวนี้คือ ค่าเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพในการทำความเย็นจริง (หน่วยเป็น BTU) เทียบกับกำลังไฟที่ใช้ (หน่วยเป็น Watt) หรือเรียกเต็มๆ ว่า Energy Efficiency Ratio ค่าตัวนี้บ่งบอกถึง ค่าไฟแต่ละหน่วยที่ใช้ไปนั้น คุ้มค่ากับปริมาณการทำความเย็นที่ได้รับมากน้อยแค่ไหน ยิ่งค่านี้เยอะยิ่งคุ้มค้าต่อเงินที่จ่ายไป

บ้านแอร์.com

สอบถามถึงบริการก่อนและหลังการขาย

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ก่อนการขายแต่ละร้าน อาจจะมีโปรโมชั่นและเซอร์วิสต่างกัน เช่น มีของแถม ล้างแอร์ฟรี x ครั้ง มีท่อเพิ่มให้ฟรี x เมตร รางน้ำทิ้งฟรี x เมตรก็ว่ากันไป ควรสอบถามให้แน่ชัดทุกครั้ง ถ้าโชคร้ายเกิดไปเจอร้านแอร์ไม่ดี อาจจะบอกไม่หมด แยกเป็นออฟชั่นไว้อีกราคา เช่น บอกราคาถูกๆ แต่ไม่รวมค่าส่ง ค่าเซอร์ ค่าท่อ ค่าราง ค่านู้นนั่นนี่ ฯลฯ

ระวังแอร์ย้อมแมว แอร์ประกอบติดแบรนด์

ควรหาร้านที่ไว้ใจได้ เพราะเคยมีเคสร้านใช้แอร์ประกอบ มาติดแบรนด์ชื่อดัง มาขายเป็นแอร์ใหม่ แอร์ประกอบพวกนี้ ถามว่าใช้งานจริงๆ ได้ไหม ตอบว่าสามารถใช้ได้เหมือนกัน ถ้าช่างที่ประกอบนั้นมีความรู้ ฝีมือและความชำนาญ แต่เมื่อเทียบกับแอร์มียี่ห้อในขนาด BTU ที่เท่ากัน ราคาจะถูกกว่า QC คุณภาพโดยช่างที่ประกอบ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย ช่วงแรกใช้ได้ นานไปอาจมีปัญหา แอร์ประกอบส่วนใหญ่ ตัวช่างแอร์ หรือคนที่มีความรู้เรื่องแอร์จะใช้กัน เพราะแก้ไขปัญหาเองได้

ข้อสังเกตคือ แอร์ใหม่นั้นต้องมีใบรับประกัน มี serial number ของแอร์ สามารถเช็คกับศูนย์ของแบรนด์นั้นๆ ได้ (serial no. ไม่ใช่เฉพาะคอมเพรสเซอร์ เพราะคอมพ์ที่ใช้ประกอบก็เป็นคอมเพรสเซอร์ของบริษัทผู้ผลิตนั่นเอง)

ประเภทน้ำยาแอร์ต้องดูไหม? บางคนซีเรียสเรื่องประเภทของน้ำยาแอร์

ปัจจุบันนั้นมีน้ำยาแอร์ให้เลือกมากกว่าสมัยก่อนนัก ที่ใช้กันแพร่หลายในตลาดแอร์บ้านตอนนี้คือ R22 R410 และล่าสุดคือ R32 จากบริษัทไดกิ้น (เจ้าของสิทธิบัตรน้ำยาตัวนี้ ช่วงแรกเลยมีแต่ของไดกิ้นที่ใช้ แบรนด์อื่นต้องรอเขาซื้อสิทธิ์การใช้งานก่อน ถึงจะมาแข่งกันในตลาดอีกที) แต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แรงดันก็แตกต่างกัน ผู้ซื้อส่วนใหญ่จะกังวลในเรื่องความปลอดภัย การติดไฟ ช่วยประหยัดค่าไฟ เรื่องนี้ต้องขอแยกไปอีกเรื่อง รอติดตามกันได้

แต่ถ้าถามว่าควรใช้แบบไหนดี ก็คงต้องตอบว่า เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของนวัตกรรม และการสู้รบทางตลาดของผู้ผลิต ของใหม่จะค่อยๆ เข้ามาของเก่า เหมือนที่เคยผ่านมากับน้ำยาแอร์รุ่นก่อนๆ เพียงแค่ถ้าเป็นรุ่นใหม่มาก เช่น R32 อาจจะต้องระวังเรื่องการซ่อมบำรุง เพราะค่าน้ำยาไม่เหมือนเดิม สเปกใครก็ต้องทำตามขั้นตอนของน้ำยาตัวนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ช่างแอร์ของศูนย์บริการจะได้รับการอบรมก่อน จึงค่อยเปิดอบรมให้ช่างของร้านค้าปลีก ถ้าใครคิดจะเข้าศูนย์ทุกครั้งที่มีปัญหาก็สามารถใช้ของใหม่ๆ ได้

เรื่องอื่นๆ ก็เช่น ราคาพร้อมติดตั้งเท่าไหร่ ลองเทียบกับช่างที่ไว้ใจได้ หรือจากบริษัทโดยตรง อาจราคาสูงกว่า ก็ต้องลองตัดสินใจดูด้วยตัวท่านเอง

บทความโดย Zx Anonymous
ลิขสิทธิ์บทความ http://www.บ้านแอร์.com
ข้อความจากผู้เขียน
ยินดีแบ่งปันโดยการใช้ปุ่มแชร์ได้ครับ
แต่ไม่อนุญาตให้คัดลอกไปเผยแพร่ใหม่
รวมถึงการใส่ link กลับมาก็ไม่ได้ครับ
ขอบคุณครับ

1 Comment on ซื้อแอร์ใหม่ควรดูอะไร ก่อนที่การซื้อแอร์ใหม่จะกลายเป็นฝันร้ายในชีวิต

  1. รู้สึกว่ามาอ่านบทความนี้ช้าไป เพราะแต่ก่อนเคยซื้อแอร์มาแล้วรู้สึกแปลกๆตั้งแต่ตอนแรก ตอนที่มาติดให้ไม่มีใบรับประกันอะไรให้ ตัวช่างบอกว่าแอร์ใหม่ไม่มีปัญหา แล้วตอนที่ไปแอบดูช่างล้างแอร์แล้ววัดกระแสเท่าไหร่ก็ไม่ได้เท่าป้ายที่ติดที่แอร์ น้อยกว่าเยอะพอสมควร ช่างก็ชอบบอกว่าน้ำยาขาด ก็ต้องเติมแต่เติมเท่าไหร่ก็ไม่ได้แถมไม่เย็นเหมือนแอร์เครื่องอื่น แก้ปัญหาได้ไม่นานแอร์ก็ไม่เย็นอีก สุดท้ายทนไม่ไหว เปลี่ยนแอร์แล้วก็เปลี่ยนร้านด้วย พอเปลี่ยนแล้วไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกเหมือนตัวเก่าอีกเลย เลยไม่รู้ว่าตัวเก่าโดนย้อมแมวรึไม่

     

แสดงความคิดเห็น

Your email address will not be published.


*