แอร์มือสอง อีกทางเลือกของคนอยากใช้แอร์ราคาถูก

แอร์มือสอง อีกทางเลือกของคนอยากใช้แอร์ราคาถูก

ในปัจจุบันปริมาณความต้องการ การใช้งานแอร์นั้นมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับราคาแอร์ที่มีราคาถูกลงมาก เมื่อเทียบกับหลายปีก่อน แถมแอร์รุ่นใหม่ๆ ยังมีความสามารถในการช่วยประหยัดไฟสูงขึ้น ทำให้ใครหลายคนสามารถซื้อมาใช้งานได้ง่ายขึ้น บางคนถึงกับซื้อติดบ้านละ 7-8 เครื่องกันเลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้นสำหรับบางคนยังรู้สึกว่า ราคาแอร์ใหม่ๆ ยังมีราคาสูงเกินกว่าที่จะใช้งาน หรือมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแอร์อยู่บ่อยๆ จึงจำเป็นต้องหาทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ซึ่งนั่นก็คือการหา แอร์มือสอง มาใช้งานนั่นเอง

มาทำความรู้จักกับแอร์มือสองกันก่อน

      แอร์มือสอง คือแอร์ที่ผู้ขายแอร์ ร้านแอร์ หรือช่างแอร์ ได้รับซื้อจาก คนที่ซื้อแอร์ใหม่และไม่ต้องการแอร์เก่าแล้ว จึงขายในราคาถูกๆ ให้กับร้านหรือช่างที่มาติดตั้งแอร์ จึงทำให้แอร์มือสองก็คือแอร์มือสองจริงๆ ไม่ใช่แอร์มือสาม มือสี่ ซึ่งมันคงจะมีสภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

      ด้วยเหตุนี้นี่เอง แอร์มือสอง จึงเป็นแอร์ที่คนใช้งานคนเก่าไม่ต้องการแล้ว เหตุผลมีมากมาย เช่น แอร์อาจจะเก่าเกินไป หรือแอร์กินไฟ แอร์เสีย อะไหล่บางตัวเสียซ่อมไม่คุ้ม หรือบางคนก็แค่อยากเปลี่ยนแอร์ใหม่ ฯลฯ ซึ่งหากมองถึงเหตุผลหลักๆ แล้วก็คือ แอร์มีปัญหา จึงขายทิ้ง ร้านแอร์ที่รับซื้อก็จะรับซื้อในราคาถูก 500-1000 (แล้วแต่ร้าน) ลูกค้าบางคนก็ให้มาฟรีๆ เป็นน้ำใจ

บ้านแอร์.com

      เมื่อได้แอร์มือสองมา ทางร้านก็ตรวจเช็คสภาพแอร์ทั้งภายใน และภายนอก ถ้ายังสภาพดีทั้งหมด ก็อาจจะเอาไปตั้งขายได้เลย หรืออาจเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นเล็กๆ เช่น คาปาซิเตอร์ (แคปสตาร์ท แคปรัน) สายไฟ แมกเนติก ฯลฯ แต่ถ้าแอร์มีสภาพแย่มากก็จะทำการแยกส่วน ไปประกอบใหม่ กับบอดี้ไม่มียี่ห้อ หรือคอมเพรสเซอร์มือสองจากเครื่องอื่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของมือสองสภาพดี จากนั้นค่อยนำมาขายเป็นแอร์มือสอง ดังนั้นแอร์มือสองจะมีอายุการใช้งานน้อยกว่าแอร์ใหม่ เนื่องจากสภาพการใช้งาน อายุการใช้งานแอร์มือสอง ประมาณ 2-3 ปี

การจะซื้อแอร์มือสอง จะต้องเช็คอะไรบ้างไหม

      สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อแอร์มือสองนั้น คงต้องบอกว่า “ยาก” หากอยากตรวจเช็คก็เช็คได้แต่เพียง สภาพภายนอก ความเรียบร้อยของงาน ความเก่าใหม่ของบอดี้ ไม่สามารถทราบได้ว่าแอร์จะทำงานดีไหม คอมเพรสเซอร์ยังทำงานปกติมากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งเหล่านี้ จำเป็นต้องใช้การวัดจากเครื่องวัดอย่าง มิเตอร์ คลิปแอป์วัดกระแส แมนิโฟลด์เกจวัดน้ำยา รวมไปถึงการสังเกตการใช้งานจริง

      ดังนั้น หากทำได้สำหรับการซื้อแอร์มือสองคือ การทดลองใช้งาน ในจุดนี้จะมีแค่เพียงบางร้านที่จำหน่ายแอร์มือสองเป็นหลัก ที่อาจจะเตรียมท่อที่แฟร์นัทหรือข้อต่อ ไว้ให้ลองใช้งานจริงให้ แต่ส่วนใหญ่แล้วการลองใช้งานเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก แถมยังเปลืองน้ำยา และเสียเวลา ไม่คุ้มกับราคาแอร์มือสองที่ขายถูกอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีการเทสการใช้งานจริงให้ดู ร้านแอร์จะได้กำไรจริงๆ ก็คือ ค่าการติดตั้งแอร์ และการเป็นลูกค้าประจำ สำหรับล้างแอร์หรือซ่อมแอร์ในตอนหลัง จึงทำให้พออยู่ได้กับธุรกิจการขายแอร์มือสอง

สรุปสำหรับคนที่อยากซื้อแอร์มือสอง

     1. เลือกซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้เท่านั้น เพราะท่านลองใช้งานไม่ได้ จ่ายแล้ว จ่ายเลย
     2. แม้จะเป็นแอร์มือสอง แต่ต้องมีการรับประกันการใช้งาน (ส่วนใหญ่ 6-12 เดือน) ไม่มีประกัน ไม่ซื้อ ท่องไว้เลย
     3. ดูให้ดีว่าแอร์มือสองที่กำลังจะซื้อ รหัสรุ่นของแอร์กับรหัสคอมเพรสเซอร์ ตรงรุ่นกันไหม (เช็คกับแบรนด์ผู้ผลิต) ถ้าไม่ต้องแสดงว่ามีการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์
     3. อย่าเห็นแก่แอร์ที่มีราคาถูกมากเกินไป เพราะอุปกรณ์ภายในทุกชิ้นมีราคาของมันอยู่
     4. ราคาแอร์มือสอง ประมาณ 35-50% เทียบกับแอร์ใหม่ (ราคาครึ่งต่อครึ่ง แต่ถ้าเทียบกับความคุ้มค่า อายุการใช้งาน ค่าบำรุงรักษา ความประหยัดไฟแล้วยังสู้การใช้แอร์ใหม่ไม่ได้ จึงเหมาะกับคนที่จำเป็นต้องใช้แอร์มือสองเท่านั้น)

บทความโดย ช่างเค ประสบการณ์ต้นหญ้า
ลิขสิทธิ์บทความ http://www.บ้านแอร์.com
ข้อความจากผู้เขียน
ยินดีแบ่งปันโดยการใช้ปุ่มแชร์ได้ครับ
แต่ไม่อนุญาตให้คัดลอกไปเผยแพร่ใหม่
รวมถึงการใส่ link กลับมาก็ไม่ได้ครับ
ขอบคุณครับ

1 Comment on แอร์มือสอง อีกทางเลือกของคนอยากใช้แอร์ราคาถูก

  1. มาแชร์ค่ะ เคยซื้อแอร์มือสองเพราะเห็นแก่ของถูก พอเอามาใช้งานจริงๆ ผ่านไปไม่กี่เดือนเจอแต่ปัญหาจนหงุดหงิดมากๆๆๆๆๆ สุดท้ายต้องไปซื้อใหม่มาใช้ สุขภาพชีวิตและสุขภาพจิดถึงได้ดีขึ้น

     

แสดงความคิดเห็น

Your email address will not be published.


*